iris blur รมว

‘สุรินทร์’ ย้ำ ระบบราชการไทยผุกร่อน พร้อมแนะ รัฐบาลต้องไม่เปิดช่องให้เป็นที่หาผลประโยชน์

สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญและข้อท้าทายของกลไกการขับเคลื่อนของภาครัฐ ที่ส่งผลโดยตรงกับการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและศักยภาพของเอกชน จึงจัด“โครงการการศึกษาความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐในการสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย – The Thai Bureaucracy and Thailand’s Global Competitiveness” เพื่อเดินหน้ารับฟังปัญหาและความคิดเห็นจากภาคเอกชนจากอุตสาหกรรมต่างๆมาเป็นระยะ และจัดงานเสวนาเพื่อระดมสมองในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อร่วมกันหาแนวปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก พร้อมกระตุ้นให้ผู้บริหารประเทศตลอดจนหน่วยงานภาครัฐตระหนักถึงปัญหา เพื่อหาทางเดินก้าวออกจากหลุดดำ และมีที่ยืนในเวทีนานาชาติอย่างศักดิ์ศรีเต็มภาคภูมิ สมเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับต้นๆของอาเซียน

ประเทศไทยซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเสือเศรษฐกิจ (Asian Tiger) เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว มาวันนี้ดูเหมือนว่าเราจะเป็นเพียง “ลูกเสือ” (Tiger Cub) ที่ยังไม่ค่อยจะโตเสียมากกว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวประชากร (GDP per Capita) ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าประเทศไทยมีอัตราการเติมโตทางเศรษฐกิจที่ช้ามาก และอาจจะติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ไม่สามารถก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงได้

ประมาณ 50 ปีที่แล้ว เราจะเห็นได้ว่าระดับรายได้ต่อหัวต่อประชากรไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศสิงคโปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย ไต้หวัน แต่ในปัจจุบันประเทศเหล่านี้กลับทิ้งห่างเราไปไกลมาก เช่น ประเทศสิงคโปร์ ประมาณ 10 เท่า ไต้หวันและเกาหลีใต้ ประมาณ 8 เท่า หรือแม้แต่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่สูงกว่าเราประมาณ 2 เท่า

GDP เปรียบเทียบรายประเทศ

และเป็นที่น่าวิตกที่ข้อมูลจาก World Economic Forum ชี้ให้เห็นว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่เป็นปัจจัยลบ ปัญหาในการทำธุรกิจในประเทศไทยนั้นเป็นปัญหาเดิมๆมาโดยตลอด และ หนึ่งในปัญหาหลักคือ ‘ระบบราชการที่ขาดประสิทธิภาพ’

ปัจจัยที่เป็นปัญหา

รายงานจากสถาบันเดียวกันว่าด้วยขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกชี้ให้เห็นว่า หนึ่งในตัวแปรสำคัญสำหรับการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระดับโลกคือตัวแปรด้านสถาบัน (Institutions)  ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 84 จาก 144 ประเทศ หรืออันดับที่ 6 จาก 9 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน (ไม่รวมประเทศบรูไน) และเป็นอันดับที่ห่างจากอันดับที่ 4 คือประเทศฟิลิปปินส์ถึงกว่า 20 อันดับ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ภาครัฐจะต้องหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในการทำงานให้เชื่อมโยงกันของหน่วยงานจำนวนมาก การจัดทำแผนการปฏิบัติงาน ที่ชัดเจนสำหรับผู้ปฏิบัติงาน การกำกับดูแล การติดตามและประเมินผลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และตัวแปรด้านสถาบันที่สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคือ การสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ (Wastefulness of government spending) ซึ่งไทยอยู่อันดับที่ 115 จาก 144 ประเทศในปี 2557 จากปี 2556 ที่ผ่านมาอยู่ในอันดับ 107 จาก 148 ประเทศ จะเห็นได้ว่าอันดับของประเทศได้ตกต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ

สถาบันฯ ได้แบ่งปัญหาระบบราชการที่ขาดประสิทธิภาพออกเป็น 3 ประเด็นใหญ่ ได้แก่ ปัญหาขั้นตอน-บริการ ปัญหาเชิงระบบ-โครงสร้าง และปัญหาเชิงบุคลากร-วัฒนธรรม ซึ่งทั้ง 3 ปัญหาเป็นเหมือนวงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน และในความเป็นจริงแล้วปัญหาเล่านี้ล้วนแต่เป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมไทยมานาน

ปัญหาระบบราชการ

 

ทางสถาบันได้ศึกษาการปรับปรุงระบบราชการให้มีประสิทธิภาพของหลายๆ ประเทศ พบว่าเมื่อมีการลงมือ แก้ไข เปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ผู้นำให้ความสำคัญและกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ สามารถที่จะทำให้เกิดระบบราชการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพได้ อีกทั้งยังทำให้ประเทศพัฒนาอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย

 

 

ข้อเสนอแนะ

 

“ระบบราชการ คือ ผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน

ไม่ใช่ที่แสวงหาผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง

 

เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานภาครัฐมีประสิทธิภาพและส่งเสริมให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถทางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทยมีข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนา ‘การบริหารงานบุคคล’ดังนี้

1.ขจัดการการแทรกแซงของภาคการเมืองและระบบอุปถัมภ์ โดยให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสรรหา (Review Board) สำหรับการแต่งตั้งตำแหน่งข้าราชการระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวงและอธิบดี หน่วยงานในระบบข้าราชการต้องมีกลไก เกราะกำบังที่มั่นคงและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการก้าวก่ายจากภาคการเมือง

2.จัดให้มีการพัฒนาบุคลากรฝึกอบรมเพิ่มความรู้และทักษะอย่างเข้มข้นภายในแต่ละองค์กรของรัฐและรัฐวิสาหกิจ เพื่อสร้างความเป็นเลิศในสาขาวิชาชีพเฉพาะ (Professional and Area Expertise) ทั้งนี้เพื่อป้องกันการโยกย้ายข้ามหน่วยงานหรือแม้แต่การแต่งตั้งบุคคลจากภายนอกโดยไม่คำนึงถึงความรู้และประสบการณ์ที่จำเป็นสำหรับหน่วยงานนั้น (Parachute) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้มีการแทรกแซงจากอำนาจทางการเมืองที่ไม่รับผิดชอบและมุ่งหวังหาผลประโยชน์จากระบบราชการ

3.เพิ่มขีดความสามารถของข้าราชการและระบบราชการ (Lean government) ให้มีการแข่งขันบนฐานของขีดความสามารถของข้าราชการ และหลักการความสามารถ และคุณสมบัติของบุคคล

4.การสร้างระบบบริหารงานบุคคลบนพื้นฐานของความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง (Merit System) และค่าตอบแทน โดยการเปิดระบบราชการสำหรับการเลือกสรรตำแหน่งผู้บริหาร และปรับโครงสร้างฐานเงินเดือนใหม่อย่างเหมาะสม

5.ส่งเสริมให้เกิดระบบคุณธรรมและจริยธรรมในทุกระดับชั้น – ประชาชนในภูมิภาคต้องมีสิทธิ์รับรู้ ประวัติและพฤติกรรมในอดีต ตลอดจนเหตุผลที่นำมาสู่การโยกย้ายของข้าราชการในทุกตำแหน่งมาสู่จังหวัดของเขา

6.มีกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เข้มข้น (Performance Assessment) โดยทำการประเมินด้านประสิทธิภาพการทำงาน ไปพร้อมกับการประเมินด้านคุณธรรมและจริยธรรม และให้แต่ละหน่วยงานเป็นผู้จัดทำตัวชี้วัดการทำงานที่เหมาะสม สอดคล้องกับเป้าหมายของการดำเนินงาน

7.ป้องกันการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างข้าราชการและองค์กรอิสระ ข้าราชการและข้าราชการระดับสูง ไม่ควรที่จะดำรงตำแหน่งคณะผู้บริหารขององค์กรอิสระ องค์กรกำกับดูแล องค์กรมหาชน หรือรัฐวิสาหกิจใดๆ ในขณะที่ยังรับราชการอยู่ เพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่น แต่หากมีความจำเป็นที่บุคคลเหล่านี้ต้องดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ ควบคู่กับการเป็นข้าราชการ จะไม่สามารถรับผลประโยชน์ตอบแทนจากองค์กรนั้นๆ ได้

 

“เข้าใจสถานการณ์ รู้งาน รู้หน้าที่…”

 

และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้การบริการประชาชนควรจะได้รับการปรับปรุงคุณภาพเช่นกัน โดยทางสถาบันมีข้อเสนอ ดังนี้

1.ข้าราชการของประชาชน ปฏิรูประบบราชการให้ข้าราชการทำงานเพื่อให้เป็นข้าราชการที่ทำหน้าที่ให้ประชาชนอย่างแท้จริง ต้องมีการปฏิรูประบบราชการให้บุคลากรของรับมีความสำนึก ตระหนักรู้ ว่าหน่วยงานราชการไม่ใช่สถานที่ที่จะหาผลประโยชน์ส่วนตน

  1. บริการอย่างมีมาตรฐาน มีการกำหนดมาตรฐานในการให้บริการประชาชน พร้อมกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายของการบริการอย่างชัดเจน
  2. การทำงานที่สอดคล้องกับสถานการณ์ ปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการ ให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากขึ้นตามสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

4.ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้แนวคิด Lean Government เพื่อปรับปรุงและพัฒนาระบบราชการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นโดยการลดความสูญเสียและลดกิจกรรมที่สูญเปล่าทั้งในส่วนของภาครัฐและประชาชน

 

ประเทศไทยก้าวช้ากว่าคนอื่นมามากแล้วและมูลค่าการสูญเสียทางเศรษฐกิจนั้นมิอาจจะประเมินได้ หากเรายังไม่ก้าวออกจากหล่มความสูญเสียนี้ เราอาจจะเป็นประเทศที่ตกขบวนรถไฟแห่งการพัฒนา ได้แต่การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ไม่สามารถจะไปพึ่งใครคนใดคนหนึ่ง หรือ หน่วยงานใดเพียงหน่วยใดได้ แม้ภาคเอกชนของไทยอาจมีกำลังและและคุณภาพที่สามารถสู้กับชาติอื่นได้ แต่ไม่สามารถที่จะดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียวในนามของประเทศไทยบนเวทีโลกได้ ทุกองคาพยพของประเทศไทยจะต้องจับมือร่วมกัน และเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า

 

“ความสำเร็จ และ ความประเสริฐของข้าราชการ
คือ การให้บริการประชาชน
Public Service Minded”

แถลง ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2557